ใครเคยเป็นผู้ประสบภัยบ้าง? หากย้อนกลับไปในช่วงกลางเดือนเมษายน มีเหตุการณ์หนึ่งที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การบินโลกว่าเป็นวิกฤตการณ์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ที่มีชื่ออ่านยากอย่าง “Eyjafjallajökull” เกิดปะทุขึ้น จนส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศไปเกือบครึ่งโลก และที่สำคัญ… เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตรงกับช่วง “หยุดยาวสงกรานต์” ของไทยพอดิบพอดี!
จุดเริ่มต้นของวิกฤต: เมื่อน่านฟ้ากลายเป็นสีเทา
ย้อนกลับไปในเหตุการณ์ครั้งนั้น ประเทศไอซ์แลนด์ต้องเผชิญกับการปะทุของภูเขาไฟ Eyjafjallajökull (เอยาฟยาตลาเยอคุตล์) แม้การปะทุระลอกแรกในช่วงเดือนมีนาคมจะดูไม่รุนแรง (ระดับ 1 จาก 8) แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในวันที่ 14 เมษายน เมื่อการปะทุระลอกสองรุนแรงขึ้นอย่างมหาศาล

ภาพประกอบจาก Britannica
เถ้าภูเขาไฟ (Volcanic Ash) และไอน้ำจำนวนมหาศาลถูกพ่นเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ความน่ากลัวของเถ้าเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องทัศนวิสัย แต่คือ “ศัตรูตัวร้ายของเครื่องยนต์เจ็ท” เนื่องจากเศษหินและแก้วขนาดเล็กในเถ้าภูเขาไฟสามารถละลายและเข้าไปอุดตันระบบหล่อเย็นของเครื่องยนต์ จนอาจทำให้เครื่องยนต์หยุดทำงานกลางอากาศได้

ภาพประกอบจาก Britannica
มหกรรมการปิดน่านฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ในช่วงวิกฤตดังกล่าว น่านฟ้ากว่า 30 ประเทศทั่วยุโรปต้องประกาศปิดทำการ ส่งผลกระทบเป็นโดมิโนไปทั่วโลก:
-
เที่ยวบินถูกยกเลิก: มากกว่า 100,000 เที่ยวบิน ภายในระยะเวลาไม่กี่วัน
-
ผู้โดยสารตกค้าง: กว่า 10 ล้านคนทั่วโลก
-
ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ: IATA คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการบินสูญเสียรายได้รวมกว่า 6,000 ล้านบาทต่อวันในช่วงเวลานั้น


ฝันร้ายสายเที่ยว! ผลกระทบต่อชาวไทยในวันสงกรานต์
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ในตำนานของนักท่องเที่ยวไทย เพราะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวที่คนไทยนิยมเดินทางไปยุโรปมากที่สุด
-
เที่ยวบินเข้า-ออกยุโรปหยุดชะงัก: สายการบินทุกแห่งที่บินเชื่อมต่อประเทศไทยและยุโรปต้องระงับการให้บริการกะทันหัน
-
ผู้โดยสารตกค้างในต่างแดน: นักท่องเที่ยวไทยจำนวนมากต้องติดอยู่ในยุโรปแบบไม่มีกำหนดกลับ หลายคนต้องเผชิญภาวะงบประมาณบานปลาย หรือต้องพยายามเดินทางข้ามประเทศเพื่อหาทางออกจาน่านฟ้าที่ยังพอเปิดอยู่
-
ความวุ่นวายของการจัดการ: เป็นช่วงเวลาที่สายการบินและเอเจนซี่ท่องเที่ยวต้องทำงานหนักที่สุดเพื่อหาทางพาผู้โดยสารกลับบ้านให้เร็วที่สุด
เกร็ดความรู้: ทำไมถึงชื่อ “เอยาฟยาตลาเยอคุตล์”?
ชื่อภูเขาไฟที่เรียกยากที่สุดในโลกนี้ มีที่มาจากภาษาไอซ์แลนด์:
-
Eyja = เกาะ (Island)
-
Fjalla = ภูเขา (Mountain)
-
Jökull = ธารน้ำแข็ง (Glacier)
-
รวมความหมายได้ว่า “The island’s mountain glacier” หรือภูเขาธารน้ำแข็งของเกาะ
-
การสะกดภาษาไทย: ตามหลักการอ่านออกเสียงที่ใกล้เคียงคือ “เอยาฟยาตลาเยอคุตล์”

ภาพภูเขาไฟ Eyjafjallajökull By TommyBee – Þórsmörk_Eyjafjallajökull
บทเรียนที่โลกการบินไม่มีวันลืม
วิกฤตการณ์ครั้งนี้ไม่ได้สร้างแค่ความเสียหาย แต่ยังทำให้โลกการบินได้เรียนรู้และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ เช่น การกำหนดระดับความเข้มข้นของเถ้าภูเขาไฟที่ปลอดภัยต่อการบิน และการพัฒนาระบบดาวเทียมเพื่อติดตามกลุ่มควันที่แม่นยำขึ้น เพื่อให้การประกาศปิดน่านฟ้าในอนาคตมีประสิทธิภาพและกระทบต่อผู้โดยสารน้อยที่สุด
คุณล่ะ… มีความทรงจำกับเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดครั้งนี้อย่างไรบ้าง? เคยต้องติดอยู่ที่สนามบิน หรือต้องยกเลิกทริปในฝันเพราะเถ้าภูเขาไฟหรือไม่? ร่วมแชร์ประสบการณ์กันได้ที่ Wingtips ได้เลย
อ่านเรื่องราวอื่น ๆ ได้ที่ wingtips.info
Last modified: April 13, 2026
